13 Apr 2008
Kinkakuji
ทานข้าวกันอิ่มแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางกันต่อ
คราวนี้เราจะเดินทางโดยใช้รถบัส ( รถเมล์น่ะแหละ ) กันบ้าง
สามารถใช้บัตร 1 day pass ของเกียวโตได้เลย หน้าตาแบบนี้

ขึ้นรถสาย 93 ไปลงที่ป้าย Nishinokyo enmachi แล้วต่อรถสาย 205
เพื่อไปลง Kinkakuji michi ก็จะถึงวัดทองแห่งนี้ค่ะ
ไปถึง ก็ต้องซื้อตั๋วเข้าชมวัดกันก่อน ราคา 400 เยน
Kinkakuji แปลว่า Golden Pavillion เป็นวัดในนิกาย zen ค่ะ

นี่บริเวณด้านหน้าวัด แถวที่ขายตั๋ว

เดินเข้ามาไม่นาน ก็จะได้เจอกับตัวอาคารสีทองค่ะ
สวยในระดับนึง แหะ ๆ อันนี้ตามความรู้สึกส่วนตัวนะคะ
ที่นี่คราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยว ทั้งจากไทย จีน ยุโรป หรือคนญี่ปุ่นเอง
ไม่ชอบเลยค่ะ คนเยอะ ๆ แบบนี้ พี่ปุ๋ยเจอเพื่อนพ่อด้วย

จากในวัด ซื้อเครื่องราง Dream comes true มาด้วย ( 500 เยน )
และโปสการ์ด ( 80 เยน ) และ magnet จากร้านขายของที่ระลึกด้านนอกวัด
ราคา 315 เยน

Kiyomizudera
Kiyomizudera หรือ pure water temple
เป็นวัดสร้างจากไม้ ตั้งอยู่บนหน้าผา เป็นวัดในศาสนาพุทธที่เป็น 1 ในมรดกโลก
ของ UNESCO อีกแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ในเขต higashiyama ทางทิศตะวันออกของเกียวโต
เป็นวัดที่พวกเราอยากมากันมากที่สุดค่ะ
จาก kinkakuji ขึ้นรถบัสสาย 204 ไปลงที่ kumano jinjamae
และต่อสาย 205 ไป kiyomizu mae
ตอนลงก็งง ๆ นิดหน่อย ว่าจะต้องไปทางไหนต่อ มอง ๆ หาเห็นวัดอยู่ไกล ๆ
ก็เดินไปทางนั้นแหละ ถึงจะไม่ถูกซอย แต่ก็ทะลุไปถึงกันได้
ระหว่างทางเดินผ่านบ้านช่องของคนแถวนั้น

ระหว่างทางเดินไปวัด ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยร้านรวง
และก็มีผู้คนเต็มไปหมดเหมือนเดิม รวมถึงคนไทยด้วย
แต่นี่มันก็เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งนะ ในระหว่างทาง

ขณะที่กำลังเดิน เม็ดฝนก็เริ่มหล่นลงมา และมีท่าว่าจะหนักขึ้นเรื่อย ๆ
ต้องรีบหาซื้อร่มกันก่อน นกเอาสีขาวมา ( 160 เยน )
เดินไปเรื่อย ๆ จนถึงวัด ซื้อตั๋วเข้า ( 300 เยน )

บริเวณวัด ก่อนเดินขึ้นสู่ตัวอาคารหลัก


เข้าไปไหว้พระ ขอพร หลายคนออกอาการเซ็งเพราะฝนตก
ก็ทุกคนตั้งใจ หมายมั่นปั้นมือจะมาถ่ายรูปที่นี่ กลับมาเจอฝนซะนี่
พี่โอ๊ค ทิว ต้องเก็บกล้องด้วยซ้ำ เพราะเดี๋ยวมันจะเปียกและชื้น
ภาพ kiyomizudera ในวันที่มีฝน อิอิ


เดินลงมาจาก main hall แล้ว จะพบกับ Otowa no taki waterfall
เป็นที่ที่แม่น้ำ 3 สาย ไหลลงมารวมกันในบ่อน้ำ มีความเชื่อว่า
ถ้าดื่มน้ำจากแม่น้ำ 3 สายนี้ จะได้เรื่องสุขภาพ อายุยืนยาว และประสบความสำเร็จ
ไหน ๆ ก็มาถึงนี่แล้ว ไม่ดื่มได้ไง ถึงตอนแรกจะไม่กล้าดื่ม
ก็ถ้วยตักน้ำน่ะ ใช้กันมาแล้วไม่รู้ตั้งกี่คน แต่เค้ามีตู้แสง ultraviolet
ที่เอาไว้ฆ่าเชื้อไงนี่แหละ ก็พยายามเลือกอันที่วางในตู้ไว้นานแล้ว
ไม่เอาอันที่คนอื่นเค้าเพิ่งใส่เข้าไป

เดินกลับออกมาทางเดิม แวะดูของตามร้านข้างทาง
ได้ขนมมา 2 อย่าง อันแรกเป็นแป้งห่อใส้ แป้งรสกล้วยใส่ช็อคโกแลต
( 125 เยน ) อร่อยมาก แต่ซื้อกลับมาฝากไม่ได้เพราะหมดอายุเร็ว
อีกอันเป็นขนมกรอบ ๆ เหมือนเป็นถั่วคลุกกับครีม อบจนกรอบ
มี 3 รส ช็อคโกแลต สตรอเบอร์รี่ และชาเขียว
ซื้อกลับมาฝากได้ กล่องละ 840 เยน
ขากลับ นั่งรถบัสสาย 206 มาลงที่ Kyoto station
เดินลงไปใต้ดินที่สถานีรถไฟ มีร้านอาหารเต็มไปหมด หนาว ๆ แบบนี้
ต้องอะไรร้อน ๆ เท่านั้น เลือกร้านที่มีโซบะ อูด้ง
สั่งมาเป็นเซ็ท มีข้าวหน้าเนื้อ กับโซบะร้อน ( 880 เยน ) ข้าวอร่อยมาก
แต่โซบะไม่อร่อยเลย อูด้งเทมปุระของแจนอร่อยกว่าเป็นไหน ๆ

ได้เวลากลับบ้านซักที จาก kyoto station นั่งไปลง shicho station
แล้วเปลี่ยนไปรถไฟสาย Hankyu ที่ hankyu karasuma station
ลงที่ Umeda แล้วต่อกลับมา shinsaibashi เหมือนเดิม
เฉอะแฉะทั้งวันเลยวันนี้ หนาว ๆ เย็น ๆ ทำท่าจะไม่สบาย คืนนี้รีบอาบน้ำนอน
พรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะอยู่โอซาก้าแล้วหละ ไม่ค่อยอยากไปเลย
แต่โตเกียวก็อยากไปนะ เอาหละ แล้วเจอกันใหม่ตอนหน้า
:-)