เย้ !!! ในที่สุด เราก็ได้ไปประเทศในฝันของเราแล้ว
นั่นก็คือ ประเทศญี่ปุ่น งับ ตื่นเต้นล่วงหน้าซะเป็นเดือน
เนื่องจากเรื่องเยอะ อย่ามัวเสียเวลา ออกเดินทางกันเลยดีกว่า :)
11 Apr ‘08
ตื่นแต่ตี 4 ครึ่ง นัดพี่ปุ๋ยมารับที่บ้านตอนตี 5 ครึ่ง ง่วงมาก
เกือบเก็บของไม่ทันด้วย ตื่นสาย โกยของลงกระเป๋าอย่างเดียวแล้ว
นั่งแทกซี่ไปสุวรรณภูมิ เร็วมาก 6.15 ก้อถึงแล้ว แต่คนอื่นมาถึงกันหมดแล้วหละ
ตรงไป check in ที่ เคาน์เตอร์ CX ที่แถว M เที่ยวบิน CX0700
ไฟลท์นี้ เพิ่งรู้ว่าเราจะได้แวะที่ไทเปด้วย หลังจาก transit ที่ HKG ต้องขึ้นๆ ลงๆ กันกี่รอบเนี่ย
ก่อนเดินเข้าเกท จะเดินไปหาเจี๊ยบ ดันไม่อยู่ซะอีก คลาดกันจนได้
เบนซ์โทรมาฝากซื้อร่ม kitty 2 อัน แม่ก็กำชับอย่าลืมน้ำหอม ไม่เห็นฝากตังกันมาซักคน

นี่ขนาดเผื่อเวลามาเร็ว ๆ แต่ก็ Final Call จนได้ อิอิ

วันนี้ บินไปด้วยเครื่อง B777-300 เครื่องดูใหม่ดี เบาะนุ่ม นอนสบาย
อาหารก็อร่อย เราเลือก chicken with rice หน้าตาดูดี ไก่นุ่มๆ อุ่นๆ อื้มมมมมม

ไฟลท์ที่ขึ้นจากไทย ดีเลย์เล็กน้อย จาก 8.20 เครื่องขึ้นจริง ๆ ประมาณ 9 โมง
ถึงที่ฮ่องกง ก็เป็นเวลา 12.20 แล้ว ทำให้ที่ตั้งใจไว้ว่าจะเดินเล่นใน duty free
ก็เป็นอันอดไป เพราะพอลงจากเครื่องมา ไฟลท์เราก็ final call อีกแล้ว
CX564 ใช้เครื่อง B777-300 เหมือนเดิม แต่เก่ากว่า เบาะไม่สบายเท่าไหร่
ยังอิ่มอยู่เลยจากไฟลท์ที่แล้ว นี่เสิร์ฟ lunch อีกแล้ว คราวนี้ไม่มีให้เลือก
เป็น chicken with rice อีกแล้ว แต่เป็นสไตล์ฮ่องกง มีเต้าหู้ เห็ดหอม ไม่ชอบเท่าไหร่

ลงไทเป ก็เลยออกไปเดินเล่นซักหน่อยในสนามบิน
ขึ้นเครื่องไป เสิร์ฟข้าวอีกแล้ว มื้อเย็น นี่ไม่เว้นวรรคให้หิวกันมั่งเลย แต่เราก็กิน 555
อร่อยอีกแล้ว เป็น Seafood noodle อีกอย่างเป็น Beef with potato นี่ก็อร่อย
เจอ Turbulence ด้วย แต่ไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่

รูปเบลอไปหน่อย ก็เครื่องมันไม่นิ่ง
ตามเวลา 19.40 เราก็มาลงที่สนามบิน Kansai ( KIX ) แต่กว่าจะเสร็จกระบวนการ
ก็ใช้เวลาพอสมควร กะเหรี่ยงแจนติดตรงตม.นานเชียว นึกว่าเค้าจะไม่ให้เข้าประเทศซะแล้ว
ออกมาพี่ปุ๋ยก็โทรหาเจ้เบนซ์ เพราะเดี๋ยวเราต้องนั่งรถไปหาเค้า ระหว่างรอ ก็ไปกดน้ำแร่มา 110 เยน
นานเหมือนกันกว่าจะติดต่อได้ ขณะเดียวกันพี่ปุ๋ยก็เดินออกมาหารถบัสที่เราจะนั่งด้วย
ออกประตูมานอกสนามบิน หูยยยยยยย หนาวใช้ได้ บวกกับลมพัดแรง สั่นหงึก ๆ กันทีเดียว
สุดท้าย เราก็รู้ว่าเราต้องนั่งรถบัสไปลงที่ Namba จัดแจงซื้อตั๋วจากเครื่อง ราคา 880 เยน
แล้วก็ไปรอตรงป้าย รถบัสที่นี่อย่างดี มี tag สำหรับติดกระเป๋าที่ต้องไว้ใต้รถด้วย พร้อมคนยก
รถก็นั่งสบายมาก สะอาด เราใช้เวลานั่งรถประมาณ 40 นาที
ไอ้เราก็ตื่นเต้น นั่งมองภาพของเมืองโอซาก้าไปตลอดทาง สวยจัง

ถึง Namba แล้ว เจอเจ้เบนซ์และเพื่อนเค้า พี่ฤดี
นกก็แวะเข้าห้องน้ำก่อน ขนาดห้องน้ำที่สถานีรถบัสยังเป็นแบบมีที่ฉีดก้นเลยแฮะ
แต่กลิ่นนี่ ใช้ได้ทีเดียว แล้วที่ลาวสุด ๆ ไอ้นกหาที่กดน้ำไม่เจอ
ปุ่มไหนก็ไม่ใช่ เซ็นเซอร์ก็ไม่ใช่ ไอ้แจนบอกนกไม่ต้องละ ออกมา ๆ
สรุป เป็นที่กดธรรมดาน่ะแหละ แต่หลบตัวอยู่ในหลืบมองไม่เห็น – -”
เรียบร้อยแล้วก็มุ่งหน้าไปยังที่พัก โดย “เดิน” พร้อมกระเป๋าเดินทางใบยักษ์
ระยะทางก็มิใช่น้อย … การเดินอย่างทรหดของพวกเราได้เริ่มขึ้นแล้ว
โรงแรมที่เราพัก ชื่อ Dormmy Inn ดีใช้ได้เลย ห้องสะอาดมาก มีของทุกอย่างครบ
( ค่าโรงแรม พัก 3 คืน 12,000 เยน )
มีห้องอาบน้ำรวม และ onzen ด้วย อย่างงี้ต้องไปลอง
เก็บของเสร็จแล้ว ก็ออกไปเดินเล่นแถว Otonbori มีร้านอาหาร ร้านค้าเยอะแยะไปหมด
ไปถ่ายรูปกับตึกกูลิโกะ มุมยอดฮิตที่ต้องไปถ่าย
ทั้งที่ตั้งใจกันว่าจะไม่กินข้าวแล้วนะ แต่สุดท้ายก็ไปกินราเมงจนได้
ระหว่างรอคิวร้านราเมน ก็ซื้อ Takoyaki แบ่งกันคนละลูก
( ราคาเท่าไหร่ไม่รู้ แต่จ่ายคนละ 100 เยน )


ร้านราเมง ตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่น โต๊ะเป็นแถวยาวแบบเคาน์เตอร์
บนโต๊ะมีพวกเครื่องปรุง ช้อน ตะเกียบ จานเล็ก กาน้ำเย็น+แก้ว และกิมจิ
แค่กิมจิก็อร่อยแล้วอ่ะ ส่วนราเมงไม่ต้องพูดถึง ถ้าไม่ได้กินต้องเสียใจไปตลอดชีวิต ( 912 Yen )
นี่ไม่ได้เวอร์นะ อร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
น้ำซุปเข้มข้น เนื้อหมูเปื่อย ๆ แทบจะละลายบนลิ้น ทุกคนลงมติเป็นเสียงเดียวกันถึงความอร่อย
โอยยยย…พูดแล้วก็อยากกินอีกจัง


อิ่มแล้วก็กลับโรงแรม ก็ต้องอาบน้ำ ผู้หญิง 3 คน ก็อยากอาบออนเซ็น
แต่ก็เขิลลลอ่ะ ไม่อายคนญี่ปุ่นหรอกนะ อายกันเองมากกว่า
สุดท้าย ก็ใช้วิธีห้ามมอง อาบน้ำก็นั่งอาบเป็นคอก ๆ
เวลาจะลงบ่อก็ไปทีละคน คนที่ลงแล้วก็ให้หันหลังไปก่อน ห้ามดูนะเฟร่ย
พอลงหมดแล้วถึงจะหันได้ น้ำร้อนใช้ได้ทีเดียว แรก ๆ ก็ไม่ชิน ร้อนมาก
ต้องค่อย ๆ ลง ทีละนิด พอชินแล้วก็จะอุ่น สบาย แล้วก็หลับสบายด้วย
เดี๋ยววันพรุ่งนี้ เราจะไปเที่ยว Universal Studio กันนะ
วันนี้ ขอตัวไปนอนเก็บแรงก่อน Good Night ค่ะ :b